โรงงานผลิตขาย ท่อยาง สายยาง ท่อใยลวด ท่อใยด้าย ท่อเฟล็กซ์ ท่ออ่อน ท่อดูฝุ่น สายฝักบัว สายแก๊ส สายยางรดน้ำต้นไม้

PVC?s physical properties

E-mail Print PDF

PVC’s physical properties

PVC, PE, PP and PS are general purpose plastics. The features of the particular plastic are determined by its chemical composition and type of molecular structure (molecular formation: crystalline/amorphous structure)
PVC has an amorphous structure with polar chlorine atoms in the molecular structure. Having chlorine atoms and the amorphous molecular structure are inseparably related. Although plastics seem very similar in the context of daily use, PVC has completely different features in terms of performance and functions compared with olefin plastics which have only carbon and hydrogen atoms in their molecular structures.

Molecular structures of general purpose plastics

 

Read more...
 

การผลิตพีวีซี

E-mail Print PDF
There are no translations available.

ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลี่ยม

โรงงานปิโตรเคมีภัณฑ์

ถึงแม้ว่าพีวีซีสามารถถูกผลิตจากสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่หลากหลายเช่น ถ่านหิน ,สารประกอบจากโรงงานแปรรูปอ้อยเป็นน้ำตาล การผลิตพีวีซีในปริมาณมากๆของโลกยังคงผลิตโดยใช้สารประกอบเอทีลีน เอธิลีนหรืออีธีน มีสูตรทางเคมีว่า C2H4ซึ่งเป็นผลิตผลของอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยม ดังนั้นพีวีซีจึงถูกนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอย่างหนึ่ง ที่จุดเริ่มต้นจากสารประกอบพื้นฐานเอทิลีน เอทิลีนถูกผสมรวมกับคลอรีนกลายเป็นเอทิลีนไดคลอไรด์หรือ EDC

Read more...
 

การผลิตVCM พีวีซี

E-mail Print PDF
There are no translations available.

Vinyl Chloride Monomer(VCM)

VCM factory

การผลิต VCM

VCM เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตพลาสติกPVC เป็นแก๊สที่มีน้ำหนักโมเลกุล 62.5 และมีจุดเดือดที่ -13.9องศาเซลเซียส และมีความดันแก๊สที่สูงในภาวะอากาศปกติ ดังนั้นมันจึงถูกผลิตภายใต้สภาวะที่ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด มี2วิธีที่จะผลิตVCM จากเอทิลีน (ที่ได้จากการแตกตัวทางความร้อน) คือ วิธี cholorination โดยตรงและ วิธี oxychlorination

VCM preparation

วิธี cholorinationโดยตรง เอทิลีนและคลอรีน(ที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโตรไลซิสเกลือ) จะทำปฏิกริยาในเตาปฏิกรที่มีตัวเร่งอยู่ภายในเพื่อสร้างสารตัวกลางEDCขึ้น EDCจะถูกทำให้แตกตัวด้วยความร้อนกลายเป็น VCM ที่อุณหภูมิมากกว่าร้อยองศาเซลเซียส ในกระบวนการนี้จะได้ไฮโดรเจนคลอไรด์เป็นผลิตผลด้วยซึ่งHClจะทำปฏิกริยากับเอทิลีนในสภาวะที่มีตัวเร่งและอากาศ(ที่มีออกซิเจน)ต่อ ทำให้ได้ EDC อีก ซึ่งวิธีการหลังนี้จะเรียกว่า oxychlorination เมื่อ EDC จากกระบวนการ oxychlorination ถูกนำน้ำออก(dehydrated) และถูกทำให้แตกตัวด้วยความร้อน(พร้อมๆกับEDC ที่ได้จากกระบวนการทางตรง)เราจะได้ VCM ทั้ง2วิธีการนี้ถูกใช้เป็นกระบวนการผลิตหลักในโรงงานVCMที่ยุโรปตะวันตก

วิธีการผลิตVCMสมัยก่อน

เมื่อก่อนVCMไม่ได้ผลิตจากสารตัวกลางEDC แต่จะเกิดจากปฏิกริยาระหว่างอะเซทิลีนกับไฮโดรคลอไรด์ในสภาวะที่มีเมอคิวรี่คลอไรด์(สารประกอบปรอท)เป็นตัวเร่งปฏิกริยา ในอุตสาหกรรมการผลิตVCMได้ใช้เวลาหลายทศวรรษในการหลีกหนีจากวิธีการนี้และไม่มีเหตุผลที่จะใช้วิธีนี้เพราะเป็นกระบวนการผลิตพิษต่อสิ่งแวดล้อมและมีค่าใช้จ่ายสูง การยกเลิกการใช้สารประกอบปรอทเป็นตัวเร่งปฏิกริยาในการทำปฏิกริยากับอะเซทิลีนจะเป็นผลดีกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า

VCM medium

ทุกวันนี้โรงงานส่วนใหญ่นอกประเทศจีนยกเลิกการใช้สารประกอบปรอท จะมีก็แต่โรงงานเหมืองในประเทศจีนที่ยังคงเห็นว่าวิธีนี้ประหยัดมากกว่าโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม วิธีการเก่านี้ดูจะยังมีใช้ในบริเวณที่ไม่มีหรืออยู่ห่างไกลโรงงานน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบหลัก

อันตรายของVCM

การดูแลที่สำคัญคือการจัดการเคลื่อนย้ายและการเก็บรักษาVCMเพราะ VCMเป็นสารที่ติดไฟได้ง่ายและสามารถระเบิดได้(เหมือนแก๊สบิวเทนในไฟแช็ค) ถ้าสูดดมในปริมาณมากๆ อาจทำให้เกิดการมึนเมา(เหมือนคลอโรฟอร์ม) ในช่วงปี1950 VCM ได้ถูกทดลองใช้เป็นยาสลบทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามมันยังคงรู้จักในกรณีศึกษาพนักงานที่ทำงานในโรงงานVCMช่วงปี1970ว่าเป็นสาเหตุในการก่อมะเร็งหากสัมผัสในปริมาณที่มากและยาวนานต่อเนื่อง(มะเร็งในหลอดเลือดที่ตับ) เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตVCMเข้าใจถึงอันตรายเหล่านี้จึงได้มีการลดและยกเลิกปริมาณการสัมผัสและสูดดมโดยตรงกับVCMในโรงงานและให้ควบคุมอย่างใกล้ชิด พนักงานต้องถูกตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำถึงแม้ว่าจะมีการสัมผัสหรือสูดดมเพียงเล็กน้อย หลังจากปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานก็ไม่มีรายงานการเป็นมะเร็งตับจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตอีกเลย VCMเมื่อสัมผัสอากาศปกติจะกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่เป็นอันตรายต่อคน

ในกระบวการสร้างโพลิเมอร์ VCMผ่านกระบวนการในโพลิเมอร์เฉื่อยเพื่อผลิตพลาสติกพีวีซี VCMที่ไม่ได้ถูกเติมในพันธะหรือที่ตกค้างจากกระบวนการผลิตพลาสติกอาจจะมีปริมาณน้อยมากๆที่จะปนเปื้อนหรือออกมาจากพลาสติกใส่ในอาหารจากภาชนะพีวีซีรวมถึงการปนเปื้อนในน้ำจากสายยางหรือท่อยาง มีปริมาณน้อยมากจนไม่มีอันตรายต่อคน การหลุดออกมาในปริมาณน้อยมากๆนี้ถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดและถูกตรวจสอบโดยนักพิษวิทยา ในปี1993 มีการศึกษาของศาสตราจารย์อิตาเลี่ยน Cesare Maltoni ในกรณีศึกษาผลข้างเคียงของน้ำแร่จากขวดพลาสติกพีวีซี(ซึ่งมีปริมาณVCMอยู่น้อยมากๆ)กับสุขภาพของหนูทดลองเปรียบเทียบกับน้ำจากขวดแก้ว ผลปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างของสุขภาพ(วิเคราะห์น้ำหนัก,โรค,เนื้องอก)ของหนูทดลองสองชุดนี้

การขนส่งVCM

การขนส่งVCMนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดไฟเช่นเดียวกับแก๊สโพรเพนหรือบิวเทน(LPG)หรือแก๊สธรรมชาติและยังใช้หลักการควบคุมเดียวกัน ในทวีปยุโรปยังไม่มีรายงานอุบัติเหตุร้ายแรงในการขนส่งVCMในรอบ40ปี อุปกรณ์บรรจุVCMถูกออกแบบพิเศษให้รับแรงกระแทกและในอุตสาหกรรมการผลิตนี้ยังให้คำมั่นว่าจะพัฒนาการขนส่งVCMให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นไปอีก

 

ความแข็งแรงของพีวีซี

E-mail Print PDF
There are no translations available.

ความแข็งแรงของพีวีซี

พีวีซีถูกใช้ในงานที่หลากหลายเช่น ระบบชลประทาน ประปา น้ำทิ้ง บำบัดน้ำเสีย โปรไฟล์ ท่อยาง ลำเลียง สายยาง เพราะคุณสมบัติทางกายภาพของพีวีซีเช่น ความแข็งแรงต่อแรงดึง ความยืดหยุ่น นั้นดีกว่าพลาสติกโพลีโอลิฟินทั่วๆไป อีกทั้งมีความแข็งแรงทนทาน
เมื่อพลาสติไซเซอร์ถูกเพิ่มเข้าไปในพีวีซี จะทำให้พีวีซีมีความยืดหยุ่นเหมือนยางที่มีความทนต่อแรงดึงสูงและทนต่อความล้าได้ดี เหมาะกับงานท่อยางอุตสาหกรรม ซีลยาง ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ งานหุ้มสายเคเบิล เป็นต้น

การทนต่อแรงดึง

การทนต่อแรงดึงของพีวีซี

รูปที่1แสดงให้เห็นการเปรียบเทียบการทนต่อแรงดึงของพีวีซีเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น การทนต่อแรงดึงแสดงให้เห็นถึงความเครียดสูงสุดต่อพื้นที่หน้าตัดเมื่อชิ้นงานแตกขาดออกจากกันด้วยการเพิ่มโหลดแรงดึงที่ปลายทั้งสองข้างของชิ้นงาน ค่าindex แสดงถึงปริมาณของแรงที่จุดฉีกขาดของชิ้นงานเมื่อถูกดึงด้วยแรงที่ปลายทั้งสองข้าง

ค่าความยืดหยุ่นต่อแรงดึง

ความยืดหยุ่นต่อแรงดึง

รูปที่2 แสดงให้เห็นการเปรียบเทียบค่าความยืดหยุ่นต่อแรงดึงของพีวีซีเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น ค่าความยืดหยุ่นหรือค่ายังโมดูลัสเป็นค่าที่บอกอัตราส่วนระหว่างความเครียดต่อพื้นที่หน้าตัดหารด้วยความยืดในทิศทางของแรงดึง พลาสติกที่มีค่าความยืดหยุ่นต่อแรงดึงสูง จะมีค่าความเครียด-ความล้าที่ต่ำ หรือกล่าวได้ว่า ค่าความยิดหยุ่นต่อแรงดึงเป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณการยืดตัว เมื่อชิ้นงานถูกดึงออก2ข้าง ค่าความยืดหยุ่นต่อแรงดึงมีค่าคล้ายกับค่าของของสปริง

ความแข็งแรงต่อการโค้งงอ

ความแข็งแรงต่อการโค้งงอ

รูปที่3 แสดงให้เห็นการเปรียบเทียบค่าความแข็งแรงต่อการโค้งของพีวีซีเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น ค่านี้เป็นค่าที่แสดงให้เห็นถึงความเครียดสูงที่สุดก่อนที่ชิ้นงานจะแตกหัก เมื่อชิ้นงานทดสอบถูกยึดปลายทั้งสองข้างและมีแรงโหลดกดที่ตรงกลางของชิ้นงาน (indexแสดงถึงปริมาณแรงที่จุดแตกหักเมื่อชิ้นงานถูกโค้ง)

ความแข็งแรงต่อแรงกด

ความแข็งแรงต่อแรงกดของพีวีซี

รูปที่4แสดงให้เห็นการเปรียบเทียบค่าความแข็งแรงต่อแรงกดของพีวีซีเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น ค่านี้เป็นค่าที่แสดงให้เห็นความเครียดสูงสุดต่อพื้นที่หน้าตัดที่จุดแตกหัก เมื่อชิ้นงานทดสอบถูกทำให้เกิดความเครียดแนวดิ่งโดยการขนาบชิ้นงานด้วยแผ่นทดสอบแล้วใช้โหลดกดชิ้นงานจากด้านบน

ความแข็งแรงต่อความล้า

ความแข็งแรงต่อความล้าของพีวีซี

รูปที่5แสดงให้เห็นการเปรียบเทียบค่าความแข็งแรงต่อความล้าของพีวีซีเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น ค่านี้แสดงให้เห็นความเครียดสูงสุดที่ชิ้นงานไม่แตกเมื่อทดสอบแรงกระทำที่ 10ล้านครั้ง ค่าสูงสุดนี้จะต้องเป็นค่าที่แรงจากภายนอกกระทำต่อชิ้นงานแล้วชิ้นงานยังทนได้

ความแข็งแรงต่อการกระแทก

ความแข็งแรงต่อแรงกระแทก

จุดนิ่มตัว(กลาสทรานซิชั่น)ของพีวีซีอยู่ที่อุณหภูมิที่สูงกว่า 70°C พีวีซีแข็งมีการทนต่อแรงกระแทกค่อนข้างต่ำที่อุณหภูมิห้อง นี่เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของพีวีซีแข็ง มีวิธีวัดการทนต่อแรงกระแทกหลายวิธี รูปที่6 แสดงให้เห็นการรับพลังงานของชิ้นงานเมื่อถูยึดและทุบด้วยค้อนจนแตกหัก ค่าที่สูงแสดงให้เห็นความแข็งแรงต่อแรงกระแทกที่สูง
 

 


Page 2 of 2

Supported by

Kitiwatana-Thai Trade

Kitiwatana-Yellowpages

Statistics

Content View Hits : 422003

Product List


List All Products


Advanced Search